Article Summary
ทองคำ (XAUUSD) เคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ $4,509–$4,576 ต่อออนซ์ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2026 รับแรงหนุนจากความขัดแย้ง Iran-US ที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่นโยบายการเงินตึงตัวของ Fed และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ายังคงสร้างเพดานกดทับราคาไว้ ทิศทางสัปดาห์หน้าขึ้นอยู่กับความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพ Iran-US และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดสำคัญที่จะประกาศในต้นเดือนมิถุนายน
Article Outline
– ภาพรวมตลาดทองคำสัปดาห์นี้
– แรงหนุนจาก Geopolitical: Iran-US Conflict
– แรงกดดันหลัก: Fed, DXY และ Bond Yield
– ระดับ Technical สำคัญ: Support / Resistance
– บทสรุปและประเด็นที่ต้องติดตาม
– Disclaimer
ภาพรวม
ทองคำ (XAUUSD) ปิดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2026 บริเวณ $4,404–$4,540 ต่อออนซ์ ในโหมด Consolidation หลังปรับตัวลดลงราว 18–20% จาก All-Time High ที่ $5,500 ซึ่งทำไว้ในไตรมาสแรกของปี ตลาดเคลื่อนไหวอย่างสับสนท่ามกลางสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ระหว่างแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแรงกดดันจากนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่ยังคงเข้มงวดต่อเนื่อง
แรงหนุนจาก Geopolitical
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยหนุนหลักที่ประคองราคาทองคำไว้ไม่ให้ร่วงหนักกว่านี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่านอีกครั้ง ทำให้การเจรจาสันติภาพที่ดำเนินอยู่ใน Doha และ Islamabad สั่นคลอน แม้ทั้งสองฝ่ายจะยืนยันว่ายังมีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดยังคงมีความต้องการทองคำในฐานะ Safe Haven อย่างต่อเนื่อง องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าสงครามครั้งนี้สร้างการหยุดชะงักด้านอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดพลังงานโลก ซึ่งสะท้อนถึงระดับความไม่แน่นอนของตลาดที่สูงเป็นประวัติการณ์
แรงกดดันหลัก: Fed, DXY และ Bond Yield
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5%–3.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน Kevin Warsh ที่เข้ารับตำแหน่ง Fed Chair แทน Jerome Powell เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ยืนยันจุดยืนเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ ท่ามกลางตัวเลข CPI ไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ยังอยู่ที่ 4.5% สูงกว่าเป้าหมาย 2% มากกว่าสองเท่า
ส่งผลให้ US Bond Yield ทรงตัวในระดับสูงและ US Dollar Index (DXY) แข็งค่า กดทับสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำโดยตรง
ระดับ Technical สำคัญ
แนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,441–$4,500 ต่อออนซ์ หากราคารักษาระดับเหนือแนวรับนี้ได้ เป้าหมาย Bounce ถัดไปคือ $4,576 และ $4,730 ในทางตรงกันข้าม หากราคาหลุดต่ำกว่า $4,441 เส้นทางสู่ $4,159 เปิดออก
นักวิเคราะห์ของ J.P. Morgan ระบุในรายงานล่าสุดว่า “ทองคำยังคงเป็น Hedge ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงเงินเฟ้อในปี 2026” โดยตั้งเป้าหมายราคาที่ $5,000 ต่อออนซ์ภายในไตรมาส 4
บทสรุปและประเด็นที่ต้องติดตาม
สัปดาห์หน้า ตลาดจะจับตาการประกาศตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 1, Initial Jobless Claims และ PCE Inflation อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับความคืบหน้าของการเจรจา Iran-US หากมีสัญญาณสันติภาพที่ชัดเจนขึ้น อาจลดแรงหนุน Safe Haven และเพิ่มแรงกดดันให้ราคาทองคำย่อตัวต่อ นักลงทุนควรติดตามการเคลื่อนไหวของ DXY และ US 10-Year Treasury Yield อย่างใกล้ชิดควบคู่กัน
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุน หรือการชี้ชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น การลงทุนในตลาด CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง