ที่ตั้งและภาษา

Taurex Global Limited ได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงานบริหารงานการเงิน(FSA) ของเซเชลส์ (SD092)

น้ำมันพุ่ง 11% จากวิกฤตฮอร์มุซ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงทั้งสัปดาห์

ผู้เขียน:

Chanat Suwannarat

สรุปบทความ

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่เจ็ด ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 11% แตะระดับ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล — บันทึกการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2565 — ขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงพร้อมกันทุกตัวท่ามกลางความกังวลด้านต้นทุนพลังงาน ทองคำสร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการร่วงลง 3.7% สู่ 4,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สวนทางกับความคาดหวังของนักลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 18 พฤษภาคม 2569

โครงสร้างบทความ

1. ตลาดน้ำมัน — พรีเมียมจากวิกฤตฮอร์มุซ
2. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ — S&P 500, NASDAQ, Dow Jones ร่วงพร้อมกัน
3. ทองคำ — ปรากฏการณ์สวนทางสินทรัพย์ปลอดภัย
4. ตลาด Forex — ดอลลาร์อ่อนค่า EUR/USD ทดสอบ 1.1700
5. เหรียญดิจิทัล — BTC ยืนเหนือ 81,000 ดอลลาร์
6. ข้อมูลเศรษฐกิจ — CPI และตัวเลขจ้างงาน
7. การค้าโลก — การประชุมสุดยอด Trump-Xi
8. สัปดาห์หน้า — เหตุการณ์สำคัญ 18–22 พฤษภาคม

ภาพรวม

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่เจ็ดติดต่อกัน นับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 11% แตะ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมัน Brent เพิ่มขึ้น 8.1% สู่ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565 ปริมาณน้ำมัน 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ปกติลำเลียงผ่านช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งคิดเป็นราว 10% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ยังคงหยุดชะงัก

“เราได้ตั้งราคาพรีเมียมความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เต็มรูปแบบแล้ว บนฐานของปริมาณสำรองที่ตึงตัวอยู่แล้ว” กล่าวโดย **Marcus Webb** นักวิเคราะห์พลังงานจาก Goldman Sachs “ปริมาณ 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ผ่านฮอร์มุซนั้นเปลี่ยนเส้นทางได้ยากและต้องใช้เวลานาน”

การปิดช่องแคบทำให้ผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันต้องเปลี่ยนเส้นทางผ่าน Cape of Good Hope ส่งผลให้ระยะเวลาส่งมอบเพิ่มขึ้นประมาณ 15 วัน และต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นราว 3–5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำเนียบขาวยืนยันว่าช่องทางการทูตกับกรุงเตหะรานยังคงเปิดอยู่ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในสัปดาห์นี้

สรุปผลการเคลื่อนไหวประจำสัปดาห์

| สินทรัพย์ | ราคาปิด | เปลี่ยนแปลงสัปดาห์ | ปัจจัยหลัก |
|—|—|—|—|
| น้ำมัน WTI | $106.00/bbl | +11.0% | ปิดฮอร์มุซสัปดาห์ที่ 7 |
| น้ำมัน Brent | $109.00/bbl | +8.1% | พรีเมียมการหยุดชะงักของอุปทาน |
| S&P 500 | 7,408.50 จุด | -1.24% | ความกังวลต้นทุนพลังงาน |
| NASDAQ Composite | 26,225.14 จุด | -1.54% | แรงกดดันต่อ margin การเติบโต |
| Dow Jones Industrial Avg. | 49,526.17 จุด | -1.07% (-537 จุด) | หมุนเวียนสู่สินทรัพย์ปลอดภัย |
| ทองคำ (XAUUSD) | $4,540/oz | -3.7% | ผลตอบแทนจริงสูงขึ้น การเทขายสภาพคล่อง |
| EUR/USD | 1.1700 | บวก | ECB คงดอกเบี้ย ดอลลาร์อ่อนค่า |
| DXY (ดัชนีดอลลาร์) | 99.27 | ลบ | ความไม่แน่นอนนโยบาย Fed |
| USD/JPY | 157.00 | คงที่ | BOJ ยังผ่อนคลายนโยบาย |
| BTC | >81,000 ดอลลาร์ | บวก | สถาบันยังสะสม |
| ETH | 2,324–2,340 ดอลลาร์ | Sideway | สัญญาณไหลออกจาก Exchange |

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงพร้อมกันทุกตัวในสัปดาห์นี้ ขณะที่ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเริ่มสะท้อนต่อความกังวลด้าน margin ของบริษัทจดทะเบียน S&P 500 ปรับตัวลง 1.24% ปิดที่ 7,408.50 จุด NASDAQ ร่วงลง 1.54% สู่ 26,225.14 จุด และ Dow Jones Industrial Average ลดลง 1.07% หรือ 537 จุด สู่ 49,526.17 จุด กลุ่มพลังงานเป็นภาคเดียวที่ปรับตัวขึ้น โดย Energy Select Sector SPDR ETF (XLE) เพิ่มขึ้น 8.3% ในสัปดาห์

“ตลาดเริ่มตั้งราคาสำหรับสถานการณ์ Stagflation — เงินเฟ้อจากน้ำมันผสมกับการเติบโตที่ชะลอตัว” กล่าวโดย **Sarah Chen** นักวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอจาก Morgan Stanley “หุ้นกลุ่ม Cyclical มีความเสี่ยงจนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องฮอร์มุซ”

ทองคำ — ปรากฏการณ์สวนทางตลาด

ทองคำปรับตัวลงอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ ร่วงลง 3.7% จาก 4,716 ดอลลาร์สู่ 4,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ — บันทึกผลงานรายสัปดาห์ที่แย่ที่สุดในรอบสี่เดือน ทั้งที่ควรได้รับประโยชน์จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

นักวิเคราะห์ระบุว่าแรงกดดันขาลงมาจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่แท้จริงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ทองคำซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ยดูน่าสนใจน้อยลง และการเทขายโดยนักลงทุนสถาบันที่ต้องการสภาพคล่องเพื่อชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์อื่น อย่างไรก็ตาม J.P. Morgan ยังคงเป้าราคาทองคำไตรมาส 4 ปี 2569 ไว้ที่ 6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

“การปรับตัวลงครั้งนี้คือ noise ไม่ใช่ signal โครงสร้างอุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง” ระบุในบันทึกย่อวันศุกร์ของ J.P. Morgan “ธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่ยังคงกระจายเงินสำรองออกจากพันธบัตรสหรัฐฯ ต่อเนื่อง”

ตลาด Forex

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) อ่อนค่าสู่ 99.27 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบาย Fed EUR/USD ปรับตัวขึ้นสู่ 1.1700 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 หลังจากประธาน ECB Christine Lagarde ส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางยุโรปไม่รีบลดดอกเบี้ยเนื่องจากเงินเฟ้อภาคบริการยังคงสูง USD/JPY ซื้อขายอยู่ที่บริเวณ 157.00 โดย BOJ ยังคงนโยบายผ่อนคลายท่ามกลางแรงกดดันการอ่อนค่าของเงินเยน

เหรียญดิจิทัล

BTC ยืนเหนือ 81,000 ดอลลาร์เป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน ได้รับแรงหนุนจากการสะสมต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบัน แม้จะมีบรรยากาศ Risk-Off โดยรวม ETH ซื้อขายในช่วง 2,324–2,340 ดอลลาร์บนปริมาณซื้อขายที่บางเบา ข้อมูล On-Chain แสดงให้เห็นว่าปริมาณเหรียญบน Exchange ทั้งสองสินทรัพย์ลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกด้านอุปทาน บ่งชี้ว่าผู้ถือครองย้ายเหรียญไปยัง Cold Storage แทนที่จะเตรียมขาย

ข้อมูลเศรษฐกิจ

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายนอยู่ที่ 3.8% เทียบปีต่อปี — สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed แต่ต่ำกว่าตัวเลข 4.1% ของเดือนมีนาคม บ่งชี้ว่าแนวโน้มชะลอตัวของเงินเฟ้อยังคงอยู่ก่อนที่ผลกระทบจากราคาน้ำมันจะปรากฏเต็มที่ Core CPI ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน ลดลงสู่ 2.8% ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ 211,000 ราย สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง

ตลาดตราสารอนุพันธ์ตั้งราคาความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ภายในเดือนธันวาคม 2569 ไว้ที่ประมาณ 30% เพิ่มขึ้นจาก 18% ในสัปดาห์ก่อน ตามข้อมูลจาก CME FedWatch Tool สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าเงินเฟ้อที่มาจากน้ำมันอาจชะลอหรือยับยั้งวัฏจักรการลดดอกเบี้ย

พัฒนาการด้านการค้าโลก

การประชุมสุดยอด Trump-Xi ที่สิงคโปร์สิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงที่จีนจะซื้อเครื่องบินพาณิชย์ Boeing จำนวน 200 ลำ มูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์ เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาคอุตสาหกรรมการบิน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนในอัตรา 47.5% ทำให้ข้อตกลงการค้าโดยรวมยังมีความเปราะบาง นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลง Boeing เป็นเพียงท่าทีแสดงน้ำใจมากกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง

สัปดาห์หน้า: เหตุการณ์สำคัญ 18–22 พฤษภาคม

– **วันพุธที่ 21 พฤษภาคม:** รายงานการประชุม FOMC — ตลาดจะวิเคราะห์ทิศทาง Hawkish/Dovish ของ Fed
– **วันพุธที่ 21 พฤษภาคม:** รายงาน EIA สำรองน้ำมันดิบ — การลดลงของสต็อกอาจเพิ่มแรงกดดันขาขึ้นต่อ WTI
– **วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม:** ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ — ต่ำกว่า 220,000 ยืนยันความแข็งแกร่งตลาดแรงงาน
– **ต่อเนื่อง:** พัฒนาการทางการทูตในช่องแคบฮอร์มุซ — สัญญาณหยุดยิงใด ๆ อาจกดดันราคาน้ำมันลงอย่างรวดเร็ว

*บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุน หรือการชี้ชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น การลงทุนในตลาด CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง*

สามแรงกดดัน M...

น้ำมันพุ่ง 11...

เมื่อ AI กลาย...

ตลาดหุ้นสหรัฐ...

Market Insights​

19 พฤษภาคม 2026

สามแรงกดดั...

บทสรุปบทความ ตลาดการเงินโ...

Market Insights​

18 พฤษภาคม 2026

น้ำมันพุ่ง...

สรุปบทความ ช่องแคบฮอร์มุซ...

Market Insights​

17 พฤษภาคม 2026

เมื่อ AI ก...

*อ่านสบาย ๆ สไตล์วันอาทิต...

Market Insights​

16 พฤษภาคม 2026

ตลาดหุ้นสห...

**สรุปบทความ:** ดัชนีหุ้น...

تسجيل حساب حقيقي

Live account Registration

ให้คำปรึกษาการซื้อขาย 1 ชั่วโมง